เทากับไคต่างกันตรงไหน
หลายคนคงสงสัยว่า เทา กับ ไค มันเเตกต่างกันตรงไหน ดูเเล้วมันก็คล้ายกันแทบจะเเยกไม่ออกเลย
สาหร่ายหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ไค" จะเกิดในช่วงหน้าหนาวถึงหน้าร้อนประมาณ 4 เดือนส่วนมากจะขึ้นเกาะตามบริเวณก้อนหินมีลักษณะเป็นเส้นยาว ๆสีเขียว ที่บริเวณบ้านอาฮี ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จะหาสาหร่ายหินหรือไคได้ง่ายเพราะ เนื่องจากน้ำน้อย น้ำลดลง น้ำตื้นและน้ำใส สามารถมองเห็นสาหร่ายหินได้ชัดเจน
ส่วนการนำมาเป็นอาหาร คือ ลงไปที่แม่น้ำเหืองที่มีความลึกประมาณหัวเข่า จากนั้นดึงสาหร่ายน้ำหินออกจากก้อนหิน จากนั้นนำมาล้างให้สะอาดและตากแห้งประมาณ 1 วันถ้าไม่ตากให้เเห้งนำมาประกอบอาหารเลยจะออกกลิ่นคาว
เมื่อตากเเห้งแล้วนำมาย่างไฟให้สุกให้เกิดความหอม ทำการขยี้เป็นผง นำไปปรุงเป็นอาหารแกงใส่เกลือกินกับข้าวเหนียว ข้าวจ้าว น้ำพริก อ่อม ที่นิยมกันมากคือเอาะใส่เนื้อไก่ ใส่ไข่ กินกับน้ำพริกและทำแผ่น รวมทั้งทำเป็นอาหารแห้งได้กินได้นาน มีรสชาติอร่อยและยังมีคุณค่าทางโภชนาการ
เทาในภาษาอีสาน ก็คือ สาหร่ายน้ำจืด ที่ขึ้นตามแหล่งน้ำทั้งน้ำนิ่ง และ น้ำไหล พบตามหนอง บึง ลำธาร ก่อนจะนำมาทานควรล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกก่อนแล้วค่อยนำมาประกอบอาหาร เราสามารถนำมาประกอบอาหารได้เลยไม่ต้องตากให้เเห้ง ตามตลาดจะมีการนำเทามาปั้นวางขายเป็นก้อนๆ ก้อนละ 10 บาท 20 บาท
ส่วนการประกอบอาหารนั้นหนึ่งในสูตรที่นิยม คือ นำเทาที่ได้มาล้างให้สะอาดรอไว้ จากนั้นต้มน้ำปลาร้า กรองเอาแต่น้ำ แล้วนำน้ำปลาร้าไปต้มกับเนื้อปลาแล้วแต่ชอบไม่ว่าจะเป็นปลาดุก ปลาช่อน ปลาทู หรือ ปลานิล ได้ทั้งนั้น โดยการนำเนื้อปลาที่สุกแล้วมาตำแจ่ว ใส่พริกสด หอม กระเทียมเผา จากนั้นนำปลาร้าที่ต้มไว้มาเทใส่ในแจ่ว แล้วนำเทาที่เตรียมไว้มาคลุกให้เข้ากัน ส่วนนี้ถ้าใครจะกินสุก ต้องนำเทาไปต้มกับน้ำปลาร้าก่อน ให้น้ำเดือดก็แปลว่าสุกแล้ว
หลายท่านที่ยังไม่รู้ก็อาจจะได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแล้วนะครับ เเต่หากท่านใดมีความรู้ในเรื่องนี้อยากจะเสริมก็คอมเมนต์ใต้บทความได้เลยนะครับ








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น