สัมผัสธรรมชาติของภูเขา สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า บรรยากาศช่วงน่าฝน ของภูเรือ อ.ภูเรือ จ.เลย - Tamasapoi

บทความอ่านเสริมความรู้ เเนะนำสถานที่สำคัญ แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ห้ามพลาด อาหารอร่อยๆ และสัมผัสบรรยากาศที่สวยงาม และวิถีชีวิตอันน่าประทับใจ

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2563

สัมผัสธรรมชาติของภูเขา สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า บรรยากาศช่วงน่าฝน ของภูเรือ อ.ภูเรือ จ.เลย


สัมผัสธรรมชาติของภูเขา สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า บรรยากาศช่วงน่าฝน ของภูเรือ อ.ภูเรือ จ.เลย



ในช่วงของเดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม กำลังเข้าช่วงหน้าฝน ระยะนี้มีฝนตกประจำทุกวันทำให้บรรยากาศเย็นสบาย ทำให้ป่าไม้เริ่มกลับมาเขียวขจีอีกครั้ง บนที่สูงของยอดภูเรือเราจะมองเห็นหมอกในยามเช้า ทำให้รู้สึกสดชื่น สัมผัสละอองของน้ำในบรรยากาศทำให้หายใจโล่งสบายเหมาะเเก่การพักผ่อน



ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติภูเรือ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงทั่วไป

มียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเถียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง



ลักษณะภูมิอากาศ ด้วยอุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทย และอยู่บนยอดเขาสูง จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ผู้ที่จะไปพักผ่อนควรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะผจญกับความหนาวเย็น


เมื่อฝนตกหนักเริ่มมีน้ำขังในทุ่งนา เสียงกบเขียด ร้องสนั่นทุ่งนา เเสดงให้เห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่เหมาะสมในการเพาะปลูกแล้ว ฤดูของการปลูกข้าวเวียนกลับมาในรอบปี ชาวบ้านเริ่มจะเตรียมพื้นที่นา หว่าน กลบ ไถ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม หาเมล็ดพันธุ์ที่ดี




ไร่นาที่เป็นผสมผสานมีการแบ่งพื้นที่ในการเพาะปลูก ส่วนหนึ่งแบ่งไว้ทำนา ส่วนหนึ่งเเบ่งไว้ทำพืชสวน พื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ติดต่อกัน และมีความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยธรรมชาติค่อนข้างสูง ประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต มีแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูกใช้สำหรับทำแปลงข้าว



เมื่อน้ำเริ่มท่วมขังในท้องนาก็เริ่มทำการไถ คราด จากนั้นก็เริ่มหว่านเมล็ดข้าว ประมาณ 1 เดือน หรือ 30 วัน ต้นกล้าก็เจริญเติบโตแข็งแรงดี ปราศจากโรคและแมลงทำลาย การปลูกข้าวแบบปักดำจะเหมาะสมที่สุดกับการผลิตข้าวแบบอินทรีย์



การควบคุมระดับน้ำในนาจะช่วยลดปริมาณวัชพืชได้และการปลูกกล้าข้าวลงดินจะช่วยให้ข้าวสามารถแข่งขันกับวัชพืชได้ ส่วนมากน้ำที่นำมาใช้ในการเกษตร หรือปลูกข้าวก็ได้มาจากธรรมชาติ หรือลำคลองใกล้แหล่งเพาะปลูก ถือว่าเป็นความโชคดีของชาวบ้านที่พื้นที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์




จะเห็นได้ว่าหน้าฝนได้นำความชุ่มชื่นเย็นสบายพัดพามาแล้ว ยังได้บ่งบอกถึงฤดูกาลของการเพาะปลูก เป็นการพึ่งพาธรรมชาติตามวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ได้เนินมาอย่างยาวนานควบคู่กับการรักษาซึ่งธรรมชาติอันสวยงามเอาไว้ ให้คงอยู่ในท้องถิ่น




อำเภอภูเรือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสวยงามของสถานที่และธรรรมชาติ บรรยากาศก็เย็นสบายร่มรื่นเหมาะเเก่การพาครอบครัวมาพักผ่อน หากท่านใดมีโอกาสผ่านมาจังหวัดเลยก็อย่าลืมเเวะมาเยี่ยมชมได้นะครับ

ขอบคุณภาพสวย ๆ : Photo by I-tsu

#Tamasapoi ฝากกดติดตามด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจเเละรับข่าวสารใหม่ๆที่น่าสนใจ ขอบคุณครับ









































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น